วิทันตสาสมาธิ


ผู้เขียนยังจำได้แม่นยำ….เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2554 หลังลงจากดอยอินทนนท์เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจเป็นพี่เลี้ยงขึ้นธุดงค์  กับนักศึกษาครูสมาธิรุ่นที่ 27  ในเช้าของวันดังกล่าวผู้เขียนและตัวแทนจากสถาบันพลังจิตตานุภาพสาขาที่ 17 วัดป่าหลวง  ได้เป็นตัวแทนจากสาขาเพื่อเข้ามารับใบประกาศนียบัตรของนักศึกษาครูสมาธิ รุ่นที่ 26 ที่ได้สำเร็จหลักสูตรโดยบริบูรณ์  เวลาราวหกนาฬิกาเศษ  ผู้เขียนได้เข้าไปนั่งอยู่บริเวณหน้าโต๊ะของพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  ในขณะที่ท่านกำลังฉันภัตตาหารเช้า  ในศาลา 84 ซึ่งรายล้อมไปด้วยคณะลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระอาจารย์หลวงพ่อ  และเมื่อซักเวลาราวเจ็ดถึงแปดนาฬิกา  ผู้เขียนก็ได้เห็นชายผู้หนึ่ง  ซึ่งมองจากรูปลักษ์ภายนอกแล้วนั้น  ดูเป็นผู้มีการศึกษาและหน้าที่การงานอยู่ในระดับสูงทีเดียว  (แต่ยอมรับว่าในตอนนั้นผู้เขียนมิทราบจริงๆว่าท่านผู้นั้นคือใคร) คลานเข้ามากราบพระอาจารย์หลวงพ่อพร้อมกับพานดอกไม้ธูปเทียนแพ

หลังจากที่พระอาจารย์หลวงพ่อฉันภัตตาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ท่านได้กล่าวแก่บรรดาลูกศิษย์ที่นั่งอยู่ภายในศาลาว่า  ชายผู้นั้นคือ ศ. ดร.บวรศักดิ์  อุวรรณโณ  เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า  มาในวันนี้เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์และขออนุญาตกับพระอาจารย์หลวงพ่อว่าอยากจะขอนำหลักสูตรครูสมาธิไปเปิดสอนที่สถาบันพระปกเกล้าด้วย  ซึ่งพระอาจารย์หลวงพ่อได้ตอบตกลงและได้กล่าวว่า  คงต้องมีการปรับหลักสูตรและเวลาเพื่อให้มีความยืดหยุ่นขึ้นด้วย

ศ.ดร.บวรศักดิ์ ท่านได้กล่าวว่าแต่เดิมทีนั้น ท่านก็เหมือนกับหลายๆคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจิตของตัวเองสักเท่าใด  กระทั่งท่านได้บวชในปี 2549 ท่านจึงได้คิดว่า เราละเลย “จิต” และ “ใจ” ของเรามาเสียนาน  ไม่ได้ฝึกจิต  ไม่ได้ออกกำลังจิต และไม่ได้ชำระจิตใจทุกๆวันเหมือนที่เราชำระล้างร่างกายด้วยการอาบน้ำทุกๆวัน…..เมื่อคิดได้ดังนั้นท่านจึงได้ลงมือซื้อตำรับตำราในเรื่องการทำสมาธิมาอ่านและลงมือทำเองตามหนังสือ  ก็พบว่าไปไม่ได้ไกลเพราะสงสัยขึ้นมาก็ไม่รู้จะถามใคร  อีกทั้งได้ลงมือแสวงหาสำนักครูบาอาจารย์ที่สอนทางนี้  ก็พบว่ามีอยู่หลายสำนัก  ซึ่งในแง่ของวันเวลาการเรียนและปฏิบัติในแต่ละสำนักนั้นท่านก็ไม่สะดวก  แต่พอสะดวกจะไปก็ไม่มีหลักสูตรสอนในช่วงนั้น  เป็นอันว่าไม่ได้เรียนกับครูบาอาจารย์จริงจังเสียที

กระทั่งท่านได้รับการแนะนำจากคนที่นับถือกันคือ “คุณศิริธัช  โรจนพฤกษ์” ว่ามีหลักสูตรครูสมาธิของหลวงพ่อวิริยังค์  สิรินฺธโร  หรือพระธรรมมงคลญาณ  ผู้เป็นศิษย์อุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต  ท่านจึงได้ไปสมัครเรียนในรุ่นที่ 25 (ปัญจวีสติโม) ที่ผ่านมา  หากแต่เนื่องด้วยเวลาที่ติดขัดเพราะ ศ.ดร. บวรศักดิ์  ติดสอนหนังสือที่จุฬาฯและเอแบค อาทิตย์ละ 3 วัน  จึงเรียนไม่จบหลักสูตร  แต่อย่างไรก็ดีท่านก็ได้มาเรียนต่อในรุ่นที่ 28 (อัฏฐวีสติโม) ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบัน  และท่านได้มีโอกาสไปปรารภกับพระอาจารย์หลวงพ่อว่า  อยากนำหลักสูตรครูสมาธิเข้าไปสอนในสถาบันพระปกเกล้าและขอปรับเวลาให้ยืดหยุ่นขึ้น  พระอาจารย์หลวงพ่อก็ได้เมตตาปรับให้เป็นหลักสูตร “วิทันตสาสมาธิ 1″ อันแปลว่า การฝึกฝนตนเองที่วิเศษ

และนี่คือที่มาของหลักสูตร “วิทันตสาสมาธิ” ที่พระอาจารย์หลวงพ่อได้กรุณาปรับหลักสูตรและเวลาให้เหมาะสมแก่ผู้เรียนมากขึ้น  ซึ่งแต่เดิมหลักสูตรครูสมาธินั้น จะมีอยู่ 2 เวลาเรียนคือ เรียนในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18:00-20:30 น. และอีกเวลาคือวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 9:00-17:30 น. แล้วแต่ว่าผู้เรียนท่านใดสะดวกที่จะลงเรียนในหลักสูตรวันไหน  แต่เมื่อเกิดหลักสูตรวิทันตสาสมาธิขึ้นมา ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง คือจะเปิดเรียนในวันจันทร์ – พุธ เวลา 16:30 – 18:00 น. ที่สถาบันพระปกเกล้า  ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ  อาคารบี ชั้น 5 (โซนทิศใต้) และเริ่มเปิดรับสมัครนักศึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 6 – 24 มิ.ย. 2554 นี้  สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณชนินทร์  โทร. 02-1419641 หรือคุณประยูร โทร. 02-1419523 และจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกไม่เกิน 60 คน ในวันที่ 27 มิ.ย. 2554 นี้

และในวันที่ 5 ก.ค. 2554 พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  สิรินฺธโร  จะเมตตามาเปิดปฐมนิเทศและบรรยายอานิสงค์ของการทำสมาธิโดยตัวท่านเอง  ในเวลา 13:00 น.  และจะเริ่มทำการเรียนการสอนในวันที่ 18 ก.ค. – 15 พ.ย. 2554 เมื่อเรียนจบแล้วก็สามารถสมัครเรียน “วิทันตสาสมาธิ 2″ ต่อได้  หากจบทั้ง 2 หลักสูตร ก็จะได้ขึ้นธุดงค์ที่ดอยอินทนนท์กับพระอาจารย์หลวงพ่อแล้วได้ใบประกาศนียบัตรครูสมาธิ  เป็นอันจบหลักสูตรโดยบริบูรณ์

ผู้เขียนเล็งเห็นซึ่งสาระประโยชน์อันยิ่งยวดในการนี้ที่จะมีแด่ประชาชนทั่วไปที่ต้องการฝึกจิตฝึกใจของตน  พร้อมกับได้เรียนรู้ในการปฏิบัติสมาธิเพื่อสะสมพลังจิตอันจะนำสันติสุขบังเกิดแก่ชาวโลกต่อๆไป  จึงได้ขอนำเสนอเรื่องราวนี้เพื่อประชาสัมพันธ์มายังผู้ที่สนใจค่ะ

ข้อมูลเสริม : บัดนี้สถาบันพลังจิตตานุภาพ มีสาขาในประเทศไทยทั้งสิ้น 33 สาขา ที่แคนาดา 6 สาขา และที่อเมริกา 1 สาขา

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล : จากคอลัมภ์ “มุมมองสองวัย” โดย ศ.ดร.บวรศักดิ์  อุวรรณโณ  จากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ประจำวันพุธที่ 8 มิ.ย. 2554 และที่มาของภาพบางส่วนจาก http://www.samathi.com ค่ะ

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s